================================================== -->

jdb โปร1️⃣LOOK618

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด storagethaipostnet ถึงรัฐบาลประกาศชัดแล้วว่าจะปลดล็อกการเมืองทั้งหมดกลางเดือน ธค แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาพรรคการเมืองน้อยใหญ่ยินดีปรีดา ต่อให้เนติบริกรชักแม่น้ำทั้งห้าบอกว่าเวลาหาเสียงเหลือเฟือ แถมมากกว่าเลือกตั้งทุกครั้งตั้ง 70 วันก็เหอะ เพราะในความเป็นจริง นักการเมืองอาชีพเหล่านี้ต้องลงพื้นที่หาเสียงตลอดเวลา ไม่ได้มัวรอที่จุดสตาร์ท แล้วค่อยวิ่งปรู๊ดร้อยเมตรรวดเดียวจบหลัง คสชยิงปืนให้สัญญาณหรอก แต่วิ่งเหยาะๆ แบบมาราธอนไปล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่ติดล็อกที่ทำอะไรไม่สะดวก ขืนซ่าสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่ง คสชจะโดนเตะตัดขาเอาง่ายๆ ไม่แปลกที่มีปฏิกิริยาไม่พอใจจากพรรคใหญ่ๆ โดยเฉพาะเพื่อแม้ว นอกจากโดนดูด สูบเลือดสูบเนื้อ ยังถูกมัดมือมัดเท้าซ้ำ ขาประจำอย่าง เสี่ยไก่ วัฒนา เมืองสุข ไม่พลาด ทวีตซัด คสชสั้นๆ แต่ดุเดือดเผ็ดมันตามถนัด ทนไงไหว ทีกับเพื่อไทยราวกับมัดตราสัง พอเป็นกลุ่มสามมิตรเปิดทางเดินสายสะดวก สัญจรขึ้นเหนือล่องอีสานเป็นว่าเล่น พบปะกับฐานเสียงแวะเวียนคุยกับเกษตรกลุ่มต่างๆ ทุกสัปดาห์ โกยคะแนนตุนไปเรื่อยๆ ถึงแม้แกนนำสามมิตร เสี่ยสมศักดิ์ เทพสุทิน จะปฏิเสธเสียงสูงไม่ได้หาเสียง แค่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านก็ตาม

  • เยี่ยมชมบล็อก:419182
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 394
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-20 15:40:45
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

๐ ช่วงนี้อยู่ในขั้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต โดยคณะกรรมการสรรหา กกตที่มี นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน พยายามเร่งสปีดเต็มที่ จะเคาระรายชื่อชง สนชได้ราวต้นเดือน ตค เท่าที่ดูรายชื่อครั้งนี้ ก็ไม่มีบิ๊กเนมอย่างที่คาดหวัง หลายคนก็เคยสมัครมาตั้งแต่รอบแรกและรอบ 2 ก่อนหน้านี้ 5 คนที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหารอบแรกที่โดน สนชคว่ำกระดาน หรือรอบสอง 5 คนที่ผ่าน 3 ได้เป็น กกต ก็ถูกวิจารณ์จากสังคมพอสมควรว่าเป็นอดีตข้าราชการทั้งหมด ไม่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครมีประสบการณ์ด้านการเลือกตั้งโดยตรง ก็ต้องรอลุ้นว่าเที่ยวนี้ที่อาจเป็นรอบสุดท้ายจะได้ 2 เทพตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญวางสเปกไว้หรือเปล่า

ที่เก็บบทความ

2015(384)

2014(668)

2013(323)

2012(888)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Sina การแพทย์แผนจีน

เว็บ lagalaxy, กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกาวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งสามซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวจากเรือนจำมาศาล slotxo แจก เครดิต ฟรีนายกฯกล่าวต่อว่า ทุกพรรคต้องเข้ามาวาดประเทศ ว่าจะไปทางไหน ซึ่งวันนี้ทุกจังหวัดได้งบปรระมาณมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะนายกฯไม่ได้อยู่พรรคไหน ทุกจังหวัดคือพรรคของรัฐบาล เดี๋ยวจะหาว่าตนเองพูดการเมืองอีก แต่เราต้องดูแลคนไทยทุกคน และขอให้คนไทยเลิกทะเลาะกันเอง เลิกเอาคนไปตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาที่ขณะนั้นมีชาวต่างชาติ แต่วันนี้มีคนไทยตีกันเอง และจะตีกันเองทำไม ประชาธิปไตย ตีกันมากกว่า 10 ปีทำให้เส้นเลือดของประเทศตีบตัน วันนี้จึงต้องปลดล็อกสิ่งเหล่านี้ให้ได้ และวันนี้ต้องปฏิรูปประเทศเพื่อประชาชน ไม่ได้ปฎิรูปให้ตนเองมีอำนาจอยู่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างชาติ-คนไทยร่วมกู้ชีพหมูป่า บิ๊กตู่ เปิดงานเลี้ยงขอบคุณทีมฮีโร่ถ้ำหลวง ผู้ปฏิบัติงานขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ 12 หมูป่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตื้นตันทั่วโลกช่วยเหลือ สัญญาเป็นคนดี ที่พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน รวมใจเป็นหนึ่ง United as One ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาล เพื่อเลี้ยงขอบคุณทีมงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จเชียงราย ว่า ตั้งเวลา 1600 น รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างทยอยเข้ามาในงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดเตรียมซุ้มอาหารพระราชทาน ทั้งคาวและหวาน รวมถึงเครื่องดื่มจำนวนมาก และซุ้มอาหารในส่วนที่รัฐบาลจัดเตรียมด้วย พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการติดตั้งจอแอลซีดีให้ผู้ร่วมงานได้รับชมภาพบรรยากาศบนเวทีได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศปลอดโปร่ง ไม่พบว่ามีกลุ่มเมฆฝน สำหรับการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ได้วางกำลังที่จุดคัดกรองจำนวน 4 จุด โดยมีตำรวจนครบาลตรวจอาวุธ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานถือบัตรประชาชนแสดงที่กล้องวงจรปิด และมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท) บันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทุกคน ก่อนที่จะสามารถเข้าไปร่วมงานภายในพระลานพระราชวังดุสิต ต่อมาเวลา 1800 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานว่า การที่ทุกท่านได้มาอยู่ในงานแห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ในการปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ตลอดระยะเวลา 18 วันที่ทีมหมูป่าอะคาเดมีติดอยู่ในถ้ำหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยและทรงติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด มีพระราชกระแสรับสั่งให้กำลังใจราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทรงขอให้มีสติ สมาธิ ปัญญา ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะภารกิจจะสำเร็จเรียบร้อยต่อเมื่อทุกคน ออกมาแล้วกลับสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย พร้อมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือพระราชทรัพย์ อุปกรณ์เครื่องมือ และเสบียงอาหาร พร้อมทั้งพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ รัฐบาลขอขอบคุณในน้ำใจและความเสียสละที่ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนทั้งกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา จนสามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญการรวมพลัง ร่วมมือร่วมใจของคนในชาติ รวมถึงมิตรไมตรีอันดีจากประเทศอื่นๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนายกฯ ขอบคุณฮีโร่ทุกคน การจัดงานในวันนี้เป็นการแสดงความขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าจะมีหน้าที่น้อยใหญ่เพียงใด แต่ทุกท่านแสดงให้เป็นที่ประจักษ์และคุณค่าพลังความสามัคคีเป็นน้ำใจเดียวกัน รวมถึงความรักของเพื่อนมนุษย์ที่เป็นกำลังแข็งแกร่งก้าวข้ามอุปสรรคนานานัปการไปได้ ครั้งนี้ขอสดุดีความกล้าหาญของ นตสมาน กุนัน เชื่อว่าความกล้าหาญและคุณความดีของนตสมาน จะประทับติดตรึงในใจของพวกเรา โดยในครั้งนี้ประเทศไทยจะนำเป็นกรณีศึกษา เพื่อปรับใช้เป็นแนวทางในการวางแผนระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆ ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และให้หน่วยงานทางน้ำไปประเมินสถานการณ์รับมือกับภัยพิบัติ แก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้ พลอประยุทธ์ระบุ นายกฯ กล่าวว่า สุดท้ายนี้ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณผู้ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ เดชะพระบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบกับคุณงามความดีของทุกท่านได้กระทำ โปรดอภิบาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ จากนั้นผู้แทนแต่ละกลุ่มขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้ที่รับพระราชกระแสฯ รวมทั้งสิ้น 7,120 คน ได้แก่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กลุ่มนักประดาน้ำและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ชุดปฏิบัติการค้นหาในถ้ำและนอกถ้ำ ชุดปฏิบัติการระบายน้ำในถ้ำทั้งภาครัฐและเอกชน ชุดปฏิบัติการเบี่ยงทางน้ำทั้งภายในถ้ำและนอกถ้ำ แผนกสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ อาสาสมัคร ประชาชน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ และกลุ่มสื่อมวลชน จากนั้นเวลา 1830 น เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน ได้ขึ้นบนเวที โดย ดชอดุลย์ สามอ่อน เป็นตัวแทน กล่าวว่า เราทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีพระเมตตา ห่วงใย พระราชทานความช่วยเหลือ ทำให้พวกเราทั้ง 13 คนรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย สามารถมายืนที่บริเวณแห่งนี้ได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ พวกตนยังขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และทุกท่าน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ให้ความเมตตาและแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะจ่าสมาน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยพวกตน พวกตนจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ตลอดชีวิต การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้พวกเราสำนึกว่าจะดำเนินชีวิตให้ดีที่สุด เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ หลังจากที่ออกมาจากถ้ำพวกตนซาบซึ้งถึงความรักของคนไทยและชาวโลกที่มีให้ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ และอยากมีโอกาสตอบแทนทุกท่าน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต ขอขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน หลังจากนั้น นายกฯ และคู่สมรสเดินทักทายผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้มาร่วมงาน พร้อมเดินเยี่ยมชมซุ้มร้านอาหารพระราชทานอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่นายกฯ และ ครม พร้อมด้วยคู่สมรสจะร่วมรับประทานอาหารพระราชทาน และร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม ก่อนวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีปิดงานในเวลา 2010 นพระราชทานเครื่องราชฯ ทางด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้กับชาวต่างชาติจำนวน 114 คน คนไทย 74 คน ขณะที่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ จะได้รับเข็มที่ระลึกครบรอบเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 จำนวน 184 คน โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และสิ่งอันเป็นที่ระลึกแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจสำคัญที่เป็นผู้เสียสละอย่างยิ่งเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 7 กยนี้ เวลา 1500 น ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายก่อนที่นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ 12 ชีวิตจะเดินทางมาร่วมงานเลี้ยง ได้ร่วมกิจกรรม 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี พบสื่อมวลชน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ) จัดขึ้น ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยพระเอกพล วิสารโท หรือโค้ชเอก มาร่วมกิจกรรมด้วย โดยมีนายวีระ โรจนพจนรัตน์ รมววธ, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ พลทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จเชียงราย เป็นผู้ดำเนินรายการสัมภาษณ์ พร้อมกับนิมนต์พระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา จเชียงราย พร้อมเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ ร่วมฟังการสัมภาษณ์ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบพื้นที่จัดกิจกรรมมีประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากพระเอกพล และเด็กๆ ทั้ง 12 ชีวิตกับช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง พิธีกรได้ถามคำถามแรกว่า หลังออกจากถ้ำหลวงมา 2 เดือนชีวิตเป็นอย่างไร น้องตี๋กล่าวว่า ใช้ชีวิตปกติได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม และเจอเพื่อนๆ เยอะกว่าเดิม ส่วนน้องอดุลย์เล่าว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และดีใจที่ทุกคนต้อนรับการกลับมา, น้องไตตั้นกล่าวว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีเพื่อนสนิทมากขึ้น ขณะที่น้องมาร์คระบุว่า กิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมได้ปั่นจักรยานและไปวัด สำหรับน้องหมูป่าคนอื่นๆ ก็ตอบคำถามลักษณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามในช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง ที่ทั้ง 13 ชีวิตเคยเล่าให้สื่อมวลชนฟังแล้ว แต่คำถามที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าร่วมงานคือเมื่อพิธีกรถามว่า ในทีมหมูป่าฯ มีใครมีแฟน ได้ยินมาว่า กำลังคบๆ ดูใจไปก่อน และให้ยกมือขึ้น ปรากฏว่าน้องไตตั้นชูมือขึ้น พร้อมบอกว่า อยู่ในช่วงคุยๆ กันไปก่อน และในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์พิธีกรถามว่า อยากบอกความในใจใดแก่สังคม พระเอกพลกล่าวว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชาวบ้าน และพี่น้องชาวต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยเหลือน้องๆ ออกจากถ้ำหลวง ขอขอบคุณจากใจ ขณะที่น้องๆ หมูป่ากล่าวขอบคุณคนทั้งโลกที่เสียสละช่วยเหลือชีวิตพวกเราทั้ง 13 คน เมื่อพิธีกรถามว่า ทำไมคนทั่วโลกถึงรู้สึกส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่าฯ น้องอดุลย์เป็นตัวแทนกล่าวว่า สิ่งเดียวที่ทุกคนรักและเอ็นดูพวกเรา เพราะทุกคนมีความห่วงใยและคอยให้กำลังใจช่วงเวลาอยู่ในถ้ำจนได้ออกมา ทุกคนคอยต้อนรับ รู้สึกตื้นตันใจ ขอบคุณคนทั่วโลกจากใจ เมื่อพิธีกรถามอีกว่า บทเรียนสำคัญกรณีถ้ำหลวง ควรเรียนรู้สิ่งใด พระเอกพลกล่าวว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะพลาดได้ เช่นกรณีถ้ำหลวง เข้าไปในถ้ำโดยไม่ได้ศึกษาสภาวะอากาศตั้งแต่แรก แม้แดดออกท้องฟ้าสดใส พอเข้าไปกลับพบกับน้ำเขาปิดปากถ้ำจนออกไม่ได้ ฝากทุกคนให้มีสติและสมาธิ อย่าประมาทกับชีวิต เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ น้องๆ ทีมหมูป่าฯ และครอบครัวได้เยี่ยมชมนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก จากนั้นทีมหมูป่าได้เข้าชมสยามโอเชียนเวิลด์ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

คลังทุ่ม 3 พันล้านบาทลุยโครงการคืนภาษีแวต อุ้มคนมีรายได้น้อย 115 ล้านคน ขีดเส้นสูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน สั่งขยายเวลายาวถึง 6 เดือน พร้อมเชื่อมโยงระบบตรงถึง สรรพากร-บัญชีกลาง ก่อนจ่ายคืนเงินภาษีให้ผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปหลังใช้จ่าย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ได้เห็นชอบรายละเอียดโครงการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน 115 ล้านคน ตามที่กรมสรรพากรเสนอแล้ว โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า โดยจำนวนผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมของกระทรวงมหาดไทยในช่วงที่ผ่านมา สำหรับการคืนเงินภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อยจะคืนให้ตามจริงรายละไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน โดยต้องเป็นการไปซื้อของที่ร้านธงฟ้า ในช่วงวันที่ 1 พย2561 ถึง 30 เมย2562 หรือเป็นเวลา 6 เดือน ขยายเวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะใช้ 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้เท่านั้น สำหรับเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายคืนภาษีตลอดทั้งโครงการในช่วง 6 เดือนนั้น จะมีวงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายคืนให้กับผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปทันที ซึ่งผู้มีรายได้น้อยสามารถนำเงินที่ได้คืนไปซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าต่อไปได้ หรือจะนำไปเบิกเป็นเงินสดซื้อสินค้าที่ไม่ใช่ร้านธงฟ้าก็ได้ โครงการนี้เป็นการคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่ากับจำนวนมูลค่าภาษีแวตจากการซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า ซึ่งภาษีแวตเป็นแค่ตัววัดว่าจะคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่าไหร่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการคืนภาษีแวตจริงๆ ทำให้กระทรวงการคลังไม่ต้องมาจ่ายเงินชดเชยเงินคืนให้กับกรมสรรพากร โดยไปจ่ายเงินตรงผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อยได้เลย ซึ่งจะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากรองรับการดำเนินการในส่วนนี้ นายเอกนิติกล่าว นายเอกนิติกล่าวอีกว่า เงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการนี้คิดเป็นจำนวนไม่มาก เพราะจากการสำรวจของกรมสรรพากรอย่างละเอียดพบว่า รายการสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยซื้อในร้านธงฟ้าทั้งหมดมีประมาณ 20% เท่านั้นที่มีภาระภาษีแวต สำหรับการขยายเวลาของโครงการเพราะต้องการให้ร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการจำนวนมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อยและร้านค้าธงฟ้าเองด้วย เพราะหากร้านธงฟ้าไหนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ผู้มีรายได้น้อยก็จะไปซื้อสินค้าร้านธงฟ้าที่เข้าร่วมโครงการแทน ด้านนายอภิศักดิ์เปิดเผยว่า การขยายเวลาโครงการคืนเงินภาษีแวตให้ผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือนนั้น เนื่องจากระบบยังไม่พร้อม ในช่วง 2-3 เดือนแรก ร้านค้าธงฟ้าอาจจะยังเข้ามาติดตั้งเครื่องแยกรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีแวตกับไม่ต้องเสียแวตกับกรมสรรพากรได้ ทำให้ร้านค้าธงฟ้าที่ประชาชนไปซื้อและได้คืนภาษีมีน้อย เครื่องที่ติดตั้งดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับกรมสรรพากรและกรมบัญชีกลาง ทำให้รู้ได้ทันทีว่าผู้มีรายได้น้อยจะได้เงินภาษีแวตคืนเดือนละเท่าไร ทำให้กรมบัญชีกลางสามารถจ่ายคืนใส่บัตรได้ในเดือนต่อไปทันที ซึ่งงบที่รัฐบาลใช้ไม่มาก เพราะคนรายได้น้อยใช้จ่ายไม่มาก เพราะได้เงินคืน 7% ของราคาสินค้าที่มีภาษีแวตเท่านั้น นายอภิศักดิ์กล่าว เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา เกม ได้ เงิน จริง ไม่ ฝากพลอประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันลพบุรีถือเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรม ดินแดนที่สงบสุข เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากภัยสงครามตั้งแต่อดีต เป็นที่ตั้งของกองกำลังทหาร ทั้งนี้ย้ำว่าทหารไม่ใช่ศัตรูของประชาชน ตนเป็นทหารมา 40 ปี ไม่เคยคิดเป็นศัตรูกับประชาชนเลย ซึ่งทหารมีคติพจน์ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงภายใน ดังนั้นจำเป็นที่ต้องมีทหาร อย่าเชื่อหากใครบอกไม่ต้องมีทหารแล้วก็ได้ เพราะในยามที่ไม่มีการสู้รบ ก็ต้องมีทหารเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากนั้นนายกฯเดินชมนิทรรศการของทางจังหวัด เมื่อมาถึงจุดการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบสำหรับผู้มีรายได้น้อย นายกฯถามว่า อยากให้ช่วยอะไรไหม ชาวบ้านตอบว่า อยากให้ช่วยพยุงราคาข้าว นายกฯจึงกล่าวว่า จะพยุงได้อย่างไร เพราะตอนนี้รัฐบาลยังใช้หนี้ 5 แสนล้านบาท ให้กับโครงการรับจำนำข้าว และข้าวต้องมีราคากลาง จะให้ 15,000 บาท ทุกประเภทไม่ได้ อย่าให้ใครมาบอกว่าจะให้ราคาข้าว 15,000 ถึง 20,000 บาท มันผิดกฎหมาย ที่ผ่านมารัฐบาลต้องแบกให้เท่าไร ใช้หนี้มา 4 ปีแล้ว จากที่ผลาญมาจากรอบที่แล้ว

อ่าน(886) | แสดงความคิดเห็น(320) | ส่งต่อ(86) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เฉิน Huaigong Qi Liu 2021-09-20

ชู ฮวย คิง กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา

คลังทุ่ม 3 พันล้านบาทลุยโครงการคืนภาษีแวต อุ้มคนมีรายได้น้อย 115 ล้านคน ขีดเส้นสูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน สั่งขยายเวลายาวถึง 6 เดือน พร้อมเชื่อมโยงระบบตรงถึง สรรพากร-บัญชีกลาง ก่อนจ่ายคืนเงินภาษีให้ผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปหลังใช้จ่าย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ได้เห็นชอบรายละเอียดโครงการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน 115 ล้านคน ตามที่กรมสรรพากรเสนอแล้ว โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า โดยจำนวนผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมของกระทรวงมหาดไทยในช่วงที่ผ่านมา สำหรับการคืนเงินภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อยจะคืนให้ตามจริงรายละไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน โดยต้องเป็นการไปซื้อของที่ร้านธงฟ้า ในช่วงวันที่ 1 พย2561 ถึง 30 เมย2562 หรือเป็นเวลา 6 เดือน ขยายเวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะใช้ 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้เท่านั้น สำหรับเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายคืนภาษีตลอดทั้งโครงการในช่วง 6 เดือนนั้น จะมีวงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายคืนให้กับผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปทันที ซึ่งผู้มีรายได้น้อยสามารถนำเงินที่ได้คืนไปซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าต่อไปได้ หรือจะนำไปเบิกเป็นเงินสดซื้อสินค้าที่ไม่ใช่ร้านธงฟ้าก็ได้ โครงการนี้เป็นการคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่ากับจำนวนมูลค่าภาษีแวตจากการซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า ซึ่งภาษีแวตเป็นแค่ตัววัดว่าจะคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่าไหร่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการคืนภาษีแวตจริงๆ ทำให้กระทรวงการคลังไม่ต้องมาจ่ายเงินชดเชยเงินคืนให้กับกรมสรรพากร โดยไปจ่ายเงินตรงผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อยได้เลย ซึ่งจะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากรองรับการดำเนินการในส่วนนี้ นายเอกนิติกล่าว นายเอกนิติกล่าวอีกว่า เงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการนี้คิดเป็นจำนวนไม่มาก เพราะจากการสำรวจของกรมสรรพากรอย่างละเอียดพบว่า รายการสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยซื้อในร้านธงฟ้าทั้งหมดมีประมาณ 20% เท่านั้นที่มีภาระภาษีแวต สำหรับการขยายเวลาของโครงการเพราะต้องการให้ร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการจำนวนมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อยและร้านค้าธงฟ้าเองด้วย เพราะหากร้านธงฟ้าไหนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ผู้มีรายได้น้อยก็จะไปซื้อสินค้าร้านธงฟ้าที่เข้าร่วมโครงการแทน ด้านนายอภิศักดิ์เปิดเผยว่า การขยายเวลาโครงการคืนเงินภาษีแวตให้ผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือนนั้น เนื่องจากระบบยังไม่พร้อม ในช่วง 2-3 เดือนแรก ร้านค้าธงฟ้าอาจจะยังเข้ามาติดตั้งเครื่องแยกรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีแวตกับไม่ต้องเสียแวตกับกรมสรรพากรได้ ทำให้ร้านค้าธงฟ้าที่ประชาชนไปซื้อและได้คืนภาษีมีน้อย เครื่องที่ติดตั้งดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับกรมสรรพากรและกรมบัญชีกลาง ทำให้รู้ได้ทันทีว่าผู้มีรายได้น้อยจะได้เงินภาษีแวตคืนเดือนละเท่าไร ทำให้กรมบัญชีกลางสามารถจ่ายคืนใส่บัตรได้ในเดือนต่อไปทันที ซึ่งงบที่รัฐบาลใช้ไม่มาก เพราะคนรายได้น้อยใช้จ่ายไม่มาก เพราะได้เงินคืน 7% ของราคาสินค้าที่มีภาษีแวตเท่านั้น นายอภิศักดิ์กล่าว

ฟูเจี้ยน 2021-09-20 15:40:45

เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา

โจโฉ Taibo 2021-09-20 15:40:45

รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุมที่วุ่นวายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ 49 ปีของที่ประชุมนี้ ว่าประธานาธิบดีวากากล่าวถึงผู้แทนของจีนว่า ไร้มารยาทอย่างมาก และ วางโต จากการพยายามแซงคิวทั้งที่ผู้นำประเทศหมู่เกาะยังขึ้นกล่าวไม่ครบทุกคน, กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา。 เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา。

Mon Brown Roland 2021-09-20 15:40:45

ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว, กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ ฐิติอร ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น กรกมล หรือไม่ สจปทุมธานี พี่ชาย กรกมล เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธเกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด กรณี นสกรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง นสกรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สจปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย นสกรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า สำหรับน้องแอ๋มในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา #แก้วตาดวงใจของครอบครัวน้องแอ๋ม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 สคที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 0930 นของเช้าวันที่ 4 กยที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทรหาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่ ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ นสกรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ นสกรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย นสกรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ นสฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร พลตตอิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบชสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ นสฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น นสกรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า นสฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน นสกรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด ขณะที่ พลตทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบชสตม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา。 หญิงวัย 55 ตกเป็นเหยื่อเซลส์กะล่อน หลอกให้ซื้ออาหารเสริมชนิดน้ำว่าสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ หลงเชื่อนำไปใช้ปรากฏตาเน่า หมอต้องควักลูกตาออก ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหา แพทย์ สสจขอนแก่นชี้ ผลิตภัณฑ์ได้รับตรา อยถูกต้อง แต่ใช้กินเท่านั้น ยันหลอกให้หยอดตามีโทษแน่นอน พตอวัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกกสภเวฬุวัน อเมือง จขอนแก่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายนนี้ ว่า นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 บ้านโนนลาน ตบ้านค้อ อเมือง จขอนแก่น ต้องผ่าตัดดวงตาข้างขวาออก หลังจากใช้อาหารเสริม พลูคาว ชนิดน้ำ หยอดตาจนตาบอด ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอาหารเสริมชนิดดังกล่าว พบว่ามีเครื่องหมายสำนักงานอาหารและยา (อย) ถูกต้อง และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งน้ำที่เป็นอาหารเสริมดังกล่าวไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่าอาหารเสริมชนิดนี้หยอดตาได้หรือไม่ คุณยายยืนยันว่า มีพนักงานขายอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว ชื่อว่านายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล เดินเข้ามาขายอาหารเสริมให้ถึงในบ้าน แนะนำสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่เซลล์ก็แนะนำยายว่า ตาข้างขวาเป็นต้อเนื้อ ใช้อาหารเสริมยี่ห้อนี้หยอดตาควบคู่กันไปด้วย ทำให้คุณยายหลงเชื่อหยอดตาไป 6 ครั้ง ครั้งละ 1 หยด จนตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์และต้องผ่าตัดตาข้างขวาออก เพราะเน่าและเป็นหนองติดเชื้อ พตอวัชรพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายรายนี้เข้าให้สอบปากคำ ขณะที่การแจ้งข้อกล่าวหานั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตำรวจจะสอบสวนต่อไป และยืนยันจะให้ความเป็นธรรม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญคือ คลิปวิดีโอที่ญาตินางคำแงงถ่ายไว้ ระหว่างที่พนักงานขาย 2 คนไปขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวชนิดน้ำให้นางคำแงงที่บ้าน โดยอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมว่า นอกจากจะใช้รับประทานแล้ว ยังสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ และไม่มีอันตราย มีชาวบ้านคนอื่นๆ หายจากอาการต้อกระจกหลังจากรักษาด้วยวิธีนี้มาแล้ว พร้อมกันนี้พนักงานขายคนหนึ่งได้สาธิตหยอดตาเพื่อนพนักงานขาย แต่ปรากฏว่าคนที่ถูกหยอดตาแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ด้าน นพเชิดชัย อริยานุชิตกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจาก อย ซึ่งผลิตโดยร้านคิงส์เฮิร์บ จังหวัดขอนแก่น เป็นการอนุญาตให้ผลิตน้ำสมุนไพรเสริมอาหารที่ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ได้อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น หยอดลงในอวัยวะส่วนอื่นๆ นอกจากดื่มเพื่อเสริมอาหารเท่านั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายนำไปโฆษณาว่าสามารถใช้หยอดตาเพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ จึงเป็นการโฆษณาเป็นเท็จ มีโทษตามกฎหมาย。

ยะโฮร์บาห์รู Lishazi 2021-09-20 15:40:45

ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว,ด้านนพธีระเกียรติ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการช่วยหรือไม่ช่วย เพราะเป็นเรื่องทางกฎหมายที่คณะกรรมการ สสวทมีมติที่จะใช้หน่วยงานอื่นในการจัดพิมพ์หนังสือของ สสวท ดังนั้นองค์การค้าของ สกสคเองก็ต้องแข่งขันกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย อีกทั้งการที่ตนจะไปบังคับให้หน่วยงานใดก็ตามมาจ้างองค์การค้าของ สกสคจัดพิมพ์หนังสือ ถือเป็นการดำเนินการแบบเฉพาะเจาะจง อาจจะส่งผลให้ถูกสำนักพิมพ์อื่นๆ ร้องเรียนได้ และสำหรับในกรณีนี้ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องการจ้างพิมพ์เท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ลิขสิทธิ์ เป็นต้น เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นทั้ง 2 หน่วยงานคงต้องมีการหารือร่วมกัน เพื่อหาทางออกและได้แนวทางการแก้ปัญหาเรื่องนี้。จากนั้นนายกฯได้ถามหญิงคนดังกล่าวว่าชื่ออะไร หญิงคนดังกล่าวบอกว่าเราชื่อสุกัญญา พิมลพรรณ มากับเพื่อนอีก 2 คน ชื่อติ๋วและเหมียว นายกฯจึงได้ให้ช่างภาพสำนักนายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกัน。

โครโปส 2021-09-20 15:40:45

ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา, เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา。 คำแถลงของรัฐบาลเกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561 เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความพยายามของสหรัฐเพื่อให้เกาหลีเหนือล้มเลิกอาวุธนิวเคลียร์นั้นหยุดชะงัก โดยเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงปฏิกิริยาตอบรับต่อคำประกาศซัมมิตและคำมั่นของคิม แต่ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ย้ำว่า เกาหลีเหนือยังมีงานมหาศาลรออยู่。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

slot pro 1688 1️⃣2021| ทดลอง เล่น ufa slot 1️⃣2021| คา สิ โน ฟรี เครดิต 100 1️⃣2021| สล็อต mafia ทั้งหมด1️⃣M98| m98 vip1️⃣M98| แอ พ คา สิ โน ออนไลน์ ได้ เงิน จริง1️⃣M98| 888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slotxo casino1️⃣LOOK618| เข้า โจ๊ก เกอร์ 1231️⃣M98| sa168vip สล็อต 1️⃣2021| เกม เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| ค่าย live221️⃣LOOK618| คูปอง เครดิต ฟรี 1001️⃣LOOK618| ufa เกมส์ 1️⃣2021| joker123 ผ่าน วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| เว็บ คา สิ โน ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| สมัคร 918kiss ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| slotxo 24h 1️⃣2021| ฝาก 30 รับ 100 ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| slot ฝาก 15 รับ 1001️⃣LOOK618| เล่น บา คา ร่า 1681️⃣M98| wsslot1681️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต 16881️⃣LOOK618| สล็อต มี วอ ล เลท1️⃣M98| xo3k slot1️⃣M98| 918kiss ท รู วอ เลท ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| เกม สล็อต แมชชีน 1️⃣2021| สล็อต โจ๊ก เกอร์ สล็อต xo1️⃣LOOK618| slotxo 168 gaming1️⃣M98| เว็บ ยิง ปลา ได้ เงิน จริง1️⃣M98| เกม สล็อต 1911️⃣LOOK618| joker slot19881️⃣M98| สล็อต โร ม่า แตก 1️⃣2021| mm88 slot1️⃣M98| joker123th เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slotxo แจก 10001️⃣LOOK618| ฝาก 30 รับ 100 1️⃣2021| สมัคร บัตร เครดิต ฟรี ค่าธรรมเนียม1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 100 ถอน ได้ 300ขอรับ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| ufa gaming 168 1️⃣2021| เล่น เกม บา คา ร่า1️⃣M98| 777 เกม1️⃣LOOK618| โปร ฝาก 50 รับ 300 วอ เลท1️⃣LOOK618| pg slot ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา วอ เลท1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ฝาก ผ่าน วอ ล เลท1️⃣M98| เว็บ joker ทั้งหมด 1️⃣2021| 20 รับ 100xo 1️⃣2021| รับ เครดิต ฟรี 20201️⃣M98| mafia488 1️⃣2021| เติม 20 รับ 1001️⃣M98| เช็ ก ซี่ บา คา ล่า1️⃣M98| slot mafia789 1️⃣2021| king168 download1️⃣M98| แอ พ การ พนัน ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| สมัคร บา คา ร่า รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| wn1688v5 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 300 ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| 20 รับ 100 ล่าสุด วอ ล เลท1️⃣M98| ฝาก 2 รับ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| ฝาก 10 ได้ 100 ล่าสุด 1️⃣2021| คา สิ โน 7771️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 123xbet1️⃣M98| 168superslot เครดิต ฟรี 50 1️⃣2021| ทดลอง เล่น ตก ปลา 1️⃣2021| slot pg ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| สมัคร joker slot 1️⃣2021| เว็บ สล็อต แตก ง่าย 2021 วอ เลท 1️⃣2021| เกม สล็อต โอน ผ่าน วอ เลท 1️⃣2021| xoclub991️⃣M98| เอเย่นต์ gclub 1️⃣2021| winner55 มือ ถือ1️⃣M98| slot 100 รับ 100 1️⃣2021| เกม ออนไลน์ ไม่ ต้อง ลงทุน1️⃣LOOK618| 918 ฝาก 20 รับ 100 1️⃣2021| คา สิ โน่ ออนไลน์1️⃣LOOK618| ค่าย pragmatic1️⃣LOOK618| joker ลอง เล่น1️⃣LOOK618| mfgame8881️⃣LOOK618| joker 123 th ไลน์ 1️⃣2021| สล็อต pg ฝาก 10 รับ 1001️⃣LOOK618| mafia47 v11️⃣M98| ฟรี เครดิต 500 1️⃣2021| mafia 99v11️⃣M98| สูตร บา ค่า ร่า 881️⃣M98| เว็บ sagame661️⃣M98| demo ยิง ปลา 1️⃣2021| ฝาก 5 รับ 100 ล่าสุด 20211️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น ufa slot 1️⃣2021| เกม สล็อต ฟัน สิงโต 1️⃣2021| ทาง เข้า joker123 mobile1️⃣M98| allwingame 331️⃣LOOK618| ฝาก 9 รับ 100 วอ เลท 20211️⃣M98| xoslot ฟรี 1️⃣2021| เว็บ บา คา ร่า m88 1️⃣2021|